ไอ้หมึก!

ตามความรู้ความเข้าใจพื้นฐาน เย็นวันศุกร์เป็นช่วงที่ความหฤหรรรวมทั้งผ่อนคลาย

ถ้าเกิดจะยกเว้นอยู่บ้างก็คงเป็นคนกรุงที่กรุงเทพฯ เพราะรถติดบรรลัยจนกระทั่งไม่มีอารมณ์สุนทรี

 ธรรมดาแล้ว อังกฤษ ประเทศที่ผับมีทุกหัวมุมถนนรวมทั้งมีเยอะๆกกว่าค๊อฟฟี่ช็อป ถ้าเกิดเป็นวันสุดท้ายที่การทำงานรายสัปดาห์แบบงี้ ไปดูได้เลย หลัง 5-6 นาฬิกาเย็นไปแล้วจะมองเห็นคนออกมายืนกันจนกระทั่งหน้าร้าน ในโทรศัพท์มือถือเครื่องดื่มกระตุ้นเลือดลมขนาด 1 ไพน์ตคุยกันครึกครื้น

ที่ออกมายืนนี่เพราะว่าข้างในร้านมันเต็ม คนเยอะ หน้าเคาน์เตอร์บาร์พนักงานก็วุ่น ลูกค้าเข้าแถวสั่งเบียร์กันโดยตลอด

มันเป็นบรรยากาศของความผ่อนคลาย โดยมากก็มากันทั้งชุดใส่สำหรับทำงานนั่นแหละ แวะมากระดกสัก 2-3 ไพน์ต ตึงๆแล้วค่อยเข้าบ้าน

ซึ่งถ้าเกิดลูกค้าคนใดกันเป็นแฟนบอล เชื่ออย่างยิ่งว่าศุกร์ที่ผ่านมาจะยิ่งรู้สึกสนุกสนานเป็น 2fun888เท่า โดยเฉพาะแฟนผี

สื่อทีนี่ถึงกับบอกว่า เย็นวันศุกร์ที่ผับจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

นั่นเพราะฤดูกาลนี้เป็นครั้งแรกที่ พรีเมียร์ ลีก มีโปรแกรมเตะกันวันศุกร์ด้วย

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านพบ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน เตะประเดิมการปรับผังการแข่งขันใหม่ของ พรีเมียร์ ลีก

เวลาคิ๊กออฟที่บ้านเราเป็นตี 2 จัดว่าดึกดื่นไปสักนิด แต่ที่อังกฤษ 2 ทุ่ม เวลากำลังได้เลย ยิ่งฤดูร้อนแบบงี้ดวงอาทิตย์ตกช้า บรรยากาศเลยรื่นเริงมาก

การที่ต้องมาเตะเร็ววันศุกร์ โดดๆอยู่คู่เดียว เชื่ออย่างยิ่งว่าไม่เพียงแต่แฟนผีที่จะจับตาเกมนี้ แม้แต่แฟนทีมอืนมีจังหวะก็ตั้งตาดูเหมือนกัน

มีหลายเหตุผลที่ทำให้เกมนี้เป็นที่พอใจ

หนึ่งในนั้นหนีไม่พ้น ปอล ป็อกบา

ป็อกบา เป็นนักเตะที่ได้รับความพอใจมากที่สุดในโลกแล้วในช่วงที่ผ่านมานับจากย้ายกลับรังเก่าด้วยค่าจ้างเป็นสถิติโลก

เรียกว่าของใหม่กำลังเห่อ

นัดเปิดฤดูกาลบุกอัด บอร์นมัธ ยังเร็วเหลือเกินที่จะมีส่วนร่วม แต่ต่อไป มูรินโญ่ ก็แถลงชัดว่า ป็อกบา จะได้ลงสนามแน่ในเกมที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

คำพูดของ มูรินโญ่ ถูกตอกย้ำซ้ำเติมด้วยการที่ ป็อกบา ขึ้นเป็นนายแบบปก United Review หนังสือแม็ทช์เดย์ โปรแกรม ของนัดนี้

ปรากฏว่า ป็อกบา ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงในทันที โดยจับคู่กับ มารูยาน เฟลไลนี่

แค่การออกมาวอร์มอัพของเหล่านักเตะ โดยเฉพาะ ป็อกบา ที่ปรากฏโฉมในโรงแสดงละครที่นี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 4 ปี ก็เรียกเสียงเชียร์ก้องกังวานจากแฟนบอล

โชเซ่ มูรินโญ่ ขึ้นชื่อลือนามเรื่องผลงานการคุมทีมในบ้าน ออกมากระตุ้นว่าแฟนบอลจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการนำ Fear factor กลับมาสู่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

นี่เป็นเกมที่แฟนบอลไม่ทำให่้นักเตะผิดหวัง รวมทั้งนักเตะก็ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวังเหมือนกัน

บรรยากาศใน โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ที่เสียงเชียร์ดังสะเทือนเลื่อนลั่นแบบงี้ รื่นเริง ครึกครื้นแบบงี้ จำไม่ได้แล้วว่าสัมผัสเป็นหนสุดท้ายเมื่อไหร่

อย่างที่ทราบเป็นสไตล์ของ มูรินโญ่ ติดอกติดใจผู้่เล่นทรงโต เต็มไปด้วยกำลังวังชาความแข็งแกร่ง ควรจะมีอยู่ในทีม รวมทั้งดูอย่างกับว่าเขากำลังแปลง แมนฯ ยูไนเต็ด ให้กลายเป็นทีมจอมพลัง

รายนาม 11 คนแรกนัดฟัด เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ผู้เล่นไซส์ XL มีทำหน้าที่อยู่ทุกทั่วพื้นที่สนาม

เอริค ไบยี่ ในแนวรับ ดินแดนกึ่งกลางเป็น ป็อกบา กับ เฟลไลนี่ ส่วนข้างหน้าก็ไม่ใช่คนไหนกัน ซลาตัน อิบราฮิโมวิชชชชชชช

"พี่หลา" ซื้อใจแฟนผีได้มาหลายนัดแล้ว พูดได้เต็มปากว่าฝากผีฝากไข้ได้เลย ได้บอลทีมีเสียว ลูกเรียดลูกโด่ง เก็บกินหมด

เฟลไลนี่ ที่กลับมาคืนฟอร์มเก่ง ผู้ชมได้แต่ภาวนาว่าขอให้รักษามาตรฐานไว้ได้ยาวๆ

การเล่นที่ไม่ทำอะไรเกินกำลัง ดักเก็บกวาดตั้งแต่หน้าเขตโทษตนเองขึ้นมายันกึ่งกลางสนาม กลับบอล ออกบอลง่ายๆให้เพื่อนรอบข้าง

มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ว่าสิ่งที่ทำให้"ฟูน้อย ลูกศิษย์จารย์มอยส์" กลับมาเก่งเป็นภาวะจิตใจโดยเขาบอกกับมิดฟิลด์เบลเจี้ยนตั้งแต่เข้ามารับงานแรกๆเลยว่า "นายไม่ต้องอ่าน ไม่ต้องคิดอะไร (เกี่ยวกับข่าวสาร) ทั้งนั้น กับฉัน นายไม่ต้องย้ายออกจากทีมแน่ๆ"

มนุษย์เราถ้าเกิดลูกพี่ให้ความไว้ใจ ก็เป็นปกติที่จะเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของตน อย่างที่เฟลไลนี่กำลังบอกให้เห็น

ฆวน มาต้า ก็วิ่งเป็นม้า อันโตนิโอ วาเลนเซีย เป็นแผนการที่หน้าแข้งนักบุญมานะเจาะ เพราะทราบดีว่าไม่ใช่แบ็กอาชีพ แต่เราจะมองเห็น มาต้า ไล่ลงมาช่วยซ้อนตลอดระยะเวลา เซนส์จ่ายบอลเวลาขึ้นเกมรุกก็ยังมีให้มองเห็น แบบงี้สอบผ่าน

ตอนโดนเปลี่ยนตัวออก แฟนลุกขึ้นยืนตบมือให้สนั่นหวั่นไหวรวมทั้งนาน นายสิบมู ก็เดินไปรับถึงที่ บอกให้ทราบดีว่าดาวเตะประเทศสเปนเป็นที่รักของแฟนมากแค่ไหน

ทุกคนเล่นได้ดังที่ถูกคาดหมายทั้งปวง ต่อนี้ไป โฟกัสเลยตกมาอยู่ที่ดารานำชายของงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ … ปอล ป็อกบา

ผ้าสำหรับพันคอปลาหมึกกำลังจะเป็นสินค้ายอดฮิต

เพียงแค่สัมผัสแรกของหมอนี่ก็เรียกเสียงฮือได้ในทันที เพราะจ่ายบอลลั่นจนกระทั่งโดนสวน ทำเอาเสียวแว้บ

แต่ภายหลังจากผ่านไปได้ 5 นาที ป็อกกี้ เริ่มจับจังหวะได้ จูนกับเพื่อนติด เท่านั้นก็ได้เรื่อง

สื่ออิตาลี ตั้งนามแฝงให้หมอนี่ว่า "อิล ปอลโป้ ปอล" แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า "ปอล เจ้าหมึกยักษ์" หรือเอาแบบมันปากเป็น "ไอ้หมึกปอล"

ก็ไม่ใช่อะไร ช่วงขาที่ยาว เหยียดหยามออกไปดักทางบอลได้ตลอด ขณะที่เมื่อลูกอยู่กับเท้าก็เหนียวแน่นแย่งยาก ผสมกับความสามารถที่น่าดูชม อิงแล้วกลับ เกี่ยวบอลได้ปุ้บกระชากขึ้นหน้าพรวดๆทำอะไรก็มองง่าย มองเพลิดเพลินไปหมด

ประกอบกับความอ่อนแอลงของขุมกำลังนักบุญ เมื่อไม่มี วิคเตอร์ วานยาม่า คู่แข่งเฮฟวี่เวทรุ่นเดียวกันที่ย้ายไปสเปอร์ส พื้นที่กึ่งกลางสนามเลยตกเป็นของ ป็อกบา (รวมทั้ง เฟลไลนี่) โดยง่าย

สไตล์ของเซาธ์หมูแฮมป์ตัน เป็นถ่ายบอลเร็ว ถ่ายบอลแม่นเล่นกันน้อยจังหวะ แต่ในเมื่อไม่มีจุดหมายใหญ่อย่าง กราเซียโน่ เปลเล่ ขอบเส้นขาดความจัดจ้านของ ซาดิโอ มาเน่ งานของผู้เล่นเจ้าถิ่นเลยค่อยกว่าเมื่อก่อนเยอะ

เวลาบนนาฬิกาของผู้ตัดสินแอนโธนี่ เทย์เลอร์ ผ่านไปเท่าไหร่ ป็อกบา ก็ยิ่งสะดุดตาขึ้นเท่านั้น

การเล่นของห้องเครื่องคนใหม่ ทำให้แฟนผีถึงบางอ้อ ว่าแฟนอาร์เซน่อล กับ แมนฯ ซิตี้ รู้สึกยังไงในตอนที่มี ขว้างทริค วิเอร่า กับ ยาย่า ตูเร่ ในวัยกำลังห้าวลงคุมดินแดนกึ่งกลางให้ทีม

นักเตะจำพวกไอ้ก้านยาวที่สะดุดตาทั้งเกมรับรวมทั้งเกมรุก พาบอลตะลุยขึ้นหน้าอย่างทรงอำนาจ รวมทั้งสร้างจังหวะลุ้นประตูให้เพื่อนร่วมทีมได้

ขาดคู่ประมือที่สมน้ำสมเนื้อ ปิแอร์ เอมิล ฮอยเบียร์ก กับ ยอร์ดี้ คลาซี่ (ลงมาแทน โอริโอล โรเมว ตั้งแต่สิบกว่านาครั้ง) ยังห่างชั้น ทำให้ ป็อกบา กลายเป็นสตาร์เด่นของเกมนี้ไปเลย

อย่างที่บอกว่า ป็อกบา เล่นสมสมญานามปลาหมึกจริง รวมทั้งจะว่าไปแล้ว ปลาหมึกในทีมแมนฯ ยูฯ ชุดนี้ก็นับรวมพวกก้านยาวทั้งหลายไว้ด้วยกันเลย สปีชี่ส์เดียวกันหมด ทั้ง ป็อกบา ทั้ง เฟลไลนี่ รวมทั้ง ซลาตัน ทั้งสามคนสูงเกิน 190 เซนติเมตร เหยียดหยามขาดักบอล เกี่ยวบอล ชิงคู่ต่อสู้ได้ตลอด

"กลุ่มปลาหมึก" 3 คนนี้ทำทรงของ แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนไปโดยธรรมชาติ

ในยุคปรัชญาของ หฝ่าส์ ฟาน กาล เวลาบุกครั้งก็มัวอ่อนโยนละมัย กลัวจ่ายพลาดแล้วคู่ต่อสู้ตัดบอลได้ ถ่ายบอลกันอยู่นั่นแล้ว พอดีกองหลังอีกข้างลงมาออกันในเขตโทษ ในที่สุดก็ต้องโน่น ชำระคืนไปถึง ดาบิด เด เคอา ก็มีให้มองเห็นออกหลายครั้ง

จารย์ลุง (ด้วยความยำเกรง รวมทั้งขอบพระคุณในการทำงานตลอด 2 ปี) คงหัวใจจะวายเป็นช่วงๆถ้าหากได้นั่งมองเกมของสมัยก่อนทีมเก่าทีมนี้ลงเล่น

เพราะลูกทีมเก่าของเขาหลายต่อผู้คนจำนวนมากเล่นแบบลืมปรัชญาที่เคยประสิทธิ์ประสาทเอาไว้ให้

มีจังหวะ พบช่อง ก็จ่ายในทันที ไม่เล่นสั้นเจาะเข้าช่อง ก็เปิดข้ามแนวรับเข้าไปวัดเลย ทำให้แฟนๆได้ลุ้นกันตลอดทั้งเกม

ไหนจะ เวย์น รูนี่ย์, มาต้า, ป็อกบา ที่มีรูเป็นมิได้ ต้องทดลองยิง ทดลองส่อง

อย่างไรก็ตาม ก็ด้วยการที่ผู้เล่นประสิทธิภาพเปลี่ยนไป ข้างหน้า สาดเข้ามาเถอะ พี่หลา เอาอยู่ , โดนตัดแล้วสวนเหรอ นั่นๆเฟลไลนี่ กับ ป็อกบา รอคอยกรองอยู่แล้ว

ถ้าหากเลยไปลึกกว่านั้นยังมี "อิชอว์" ที่สปีดไวจัด กวดตามทันตลอด เข้ามาตรงกลาง ไบยี่ ก็ตีนผีไม่ด้อยไปกว่ากัน

มีขุมกำลังที่ตอบโจทย์ได้ รูปเกมเลยออกมาอย่างที่มองเห็น กลายเป็น แมนฯ ยูฯ ที่ชินหูคุ้นหน้า เป็นเล่นเชิญชวนทะเลาะเบาะแว้ง ไม่ต้องรอคอยหยอดน้ำให้จิ้งหรีดออกมาจากรูอย่างยุค ฟาน กาล แต่เอาเสียมด้ามยาวขุดกันเลยทีเดียว

ประเมินด้วยสายตาราษฎร ก็ต้องบอกว่า 9 จาก 11 คนภายในนัดเปิดบ้านพิฆาตนักบุญจัดว่าลงตัวแล้ว

เหลือเพียง เวย์น รูนี่ย์ ที่ยังตามสปีดเพื่อนไม่ทัน แม้จะทุ่มเท ขยัน รวมทั้งแสดงความเป็นหัวหน้าที่ดีออกมาก็ตาม

อีกคนที่น่าวิตกเป็น อองโตนี่ มาร์กสิยาล ที่ดูอย่างกับว่าตั้งแต่ยุค มูรินโญ่ น้องหมากจะไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนเก่า

เกมนี้ได้โอกาส 2-3 ครั้งแต่ทราบเลยว่าตั้งอกตั้งใจมากไปนิด ขมักเขม้นแต่จะยิงประตูเลยลืมมองรอบข้าง

ถ้าเกิด มาร์กสิยาล นับ 1 ได้เมื่อไหร่ มั่นใจว่าความเชื่อมั่นและมั่นใจจะกลับมาแน่ ถึงตอนนั้นทีมของ มูรินโญ่ จะยิ่งน่าสยองกว่านี้

การเข้ามาของ ซลาตัน ว่าทำให้ทีมรื่นเริงขึ้นแล้ว หาใช่เช่นนั้นไม่ การกลับมาของ ป็อกบา ลงครั้งแรกก็สร้างแรงกระเพื่อมได้มากมายมากพอนี้ในทันที

โฉมหน้าของ แมนฯ ยูไนเต็ด เปลี่ยนไปแล้ว เท่าที่มองเห็น บอลจากกึ่งกลางสนามจะเดินหน้ามากยิ่งขึ้น เร็วขึ้นแน่

ถ้าเกิดแฟนผีคนใดกันมองบอลอยู่ในผับคงเพลิดเพลินจนกระทั่งลืมกระดกเบียร์ในคืนวันศุกร์

ส่วนที่เข้ามามองในสนามก็ช่วยเหลือกันปลุกบรรยากาศ ให้ลุกพรึ่บพรั่บ จนกระทั่งลืมไปเลยว่าเมื่อปลายฤดูกาลที่แล้วนี่เอง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยังเงียบสนิทวังเวงอยู่เลย

ชิชาริโต้ รีเทิร์น ปีศาจแดง

ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหากับเกมรุกของตนเองอย่างรุนแรง
เมื่อจะบอกว่าปัญหาในเกมรุกของกลุ่มภูติผีแดงอยู่ที่กองหน้าก็คงบอกได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก ในเมื่อหัวหอกมหาประลัยอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังคงซอยตาข่ายได้อย่างต่อเนื่อง
ปัญหาคือเมื่อไม่มีดาวยิงวัย 35 กะรัตผู้นี้ หรือเมื่อใดก็ตามที่คุณพี่เขาทำฟอร์มตก – เล่นไม่ออก เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะอัตคัดขึ้นมาทันที
นอกจากกองหน้าตัวหลักอย่าง "อิบรา" แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ยังมีผู้เล่นประเภทหัวหอกอยู่ในแผนกล่าสังหารอีก 2 หน่วยเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่ทว่าในตอนนี้ดูเหมือนกับว่าทั้งสองจะกลายพันธุ์เป็นตัวรุกริมเส้นหรือกองหน้าครึ่งปีกไปซะแล้ว เมื่อถูกจับมายืนเป็นกองหน้าก็ชอบเล่นไม่ออก – ยิงประตูมิได้ด้วยเหตุนั้น & ฉะนี้
ก็เลยเดาได้ไม่ยากว่าตำแหน่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังต้องการด่วนในฤดูหน้า เป็นนักฟุตบอลประเภทดาวถล่มประตูนี่แหละกองหน้าระดับตีนพระกาฬหลายรายนามก็เลยถูกสื่อในเมืองหลวงที่ลูกหนังจับมาสังวาสกับภูติผีแดงอย่างสนุกครึกครื้นไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, โรเมลู ลูกากู, ปีเครื่องปรับอากาศ เอเมอริค โอบาเมยัง และก็โดยไม่เว้นแม้แต่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้จนกระทั่งวันก่อน โชเซ่ มูรินโญ่ ก็พูดถึงกองหน้าคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เล่นสายพันธุ์อสุรีสยองนี่แหละฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือที่ราษฎรรู้จักเขาในนาม "ชิชาริโต้"
ที่ปรึกษาจอมหยิ่งให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ทำเป็นเพียงแค่เสมอในบ้านตนเอง 2 นัดติดต่อกันประมาณว่าด้วยแนวทางเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด และก็ทุ่งนาต่อไปนี้ ด้วยการพาบอลเข้าไปหาจังหวะจบในกรอบเขตโทษได้เป็นอย่างมาก แม้เขามีกองหน้าอย่าง ชิชาริโต้ เป็นลูกทีม นักฟุตบอลชาวจังโก้เก๋ผู้นี้น่าจะทะลวงตาข่ายได้โดยประมาณ 15-20 ประตู ต่อฤดู
สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าตอนเข้ามารับตำแหน่งพ่อใหญ่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใหม่ๆเขาพบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ปล่อยผู้เล่นที่ไม่ควรจะปล่อยออกจากกลุ่มไปคนจำนวนไม่น้อยหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของสมญา "ถั่วน้อย" ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขายให้ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อฤดู 2015-16 พูดถึง "ชิชาริโต้"
เขาโชว์ฟอร์มได้กระฉูดแตกมากที่สุด ตั้งแต่ฤดูแรกที่พึ่งจะเลื้อยก้นจาก เม็กซิโก มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆโดยที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก
ฤดู 2010-11 นักฟุตบอลที่สหายร่วมกลุ่มเรียกสั้นๆว่า "ชิชา" ซ้ำๆไป 20 ประตูในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 13 ประตูบนเวทีพรีเมียร์ลีกช่วยทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ลีกสูงสุดเป็นยุคที่ 19 รวมทั้งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เวมบลี่ย์
ถึงจะยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างถาวรไม่เป็นผลสำเร็จก็จริง แต่เมื่อลงมาเป็นตัวสำรองแล้วมักทำประตูได้ไม่ได้แตกต่างจากอาวุธลับของภูติผีแดงราวกับที่กาลครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยมี "ซูเปอร์ดูดซึม" อย่าง โอเล่ กุนร์ ทุ่งนา โซลชา

ฤดูต่อมา "ถั่วน้อย" ยังคงรักษามาตรฐานในการทำประตูของตนเองเอาไว้ได้ แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างราวกับฤดูแรก เขากดไปอีก 10 ดอกในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะทำเป็นอีก 10 ประตูในฤดู 2012-13
เพียงแม้พิจารณาให้ดีจะพบว่าในฤดูท้ายที่สุดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการกลุ่มภูติผีแดง – คุณพ่อมึงเริ่มใช้บริการของ "ชิชาริโต้ น้อยลงไปเรื่อยๆ อย่างหนึ่งอาจเพราะการเข้ามาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ ก็ยังเป็นกองหน้าชนิดหมูเดือดเหมือนเดิม แต่อีกประการหนึ่งก็คือฟอร์มการเล่นของ ชิชาริโต้ ที่ตกลงไปด้วยเหมือนกัน
ฤดูท้ายที่สุดของคุณพ่อ ดาวเตะที่มีชื่อเต็มว่า ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 9 นัดเพียงแค่นั้น
เมื่อ เดวิด มอยส์ เข้ามาแทนที่ท่านเจ้าคุณเฟอร์กี้ – ที่ปรึกษาภูติผีแดงคนใหม่ก็ไม่ค่อยใช้งาน "น้องถั่ว" สักเท่าไหร่ โดยในฤดู 2013-14 เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 6 นัดเพียงแค่นั้น (ลงเป็นสำรอง 18 นัด) สถิติการถล่มตาข่ายก็เลยลดลงอย่างฮวบฮาบ เหลือเพียงแค่ 4 ประตูเพียงแค่นั้น เฉพาะในพรีเมียร์ลีก
เมื่อแปลงแม่งานอีกครั้งเป็น หลุยส์ ฟาน กัล – แมนฯ ยูไนเต็ด ไปคว้ากองหน้าคนใหม่ที่ชาติกำเนิดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา มาร่วมกลุ่ม คุณลุงอ้วนมึงก็เลยตัดสินใจปล่อย "ถั่วน้อย" ผู้สวยของแฟนคลับให้ เรอัล มาดริด ยืมตัวไปใช้งานตลอดทั้งฤดู 2014-15
ชิชาริโต้ ลงเล่นให้ "พระราชาชุดขาว" ทั้งผอง 33 นัด ยิงได้ 9 ประตู (ทุกรายการ) แม้คิดว่าชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง การยิงได้ 9 ประตูก็นับว่าไม่น่าสะอิดสะเอียนสักเท่าไหร่
แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เลยดึงกองหน้าสายพันธุ์จังโก้เก๋ผู้นี้กลับมาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้งในฤดู 2015-16 ซึ่งเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองทั้งผอง 3 นัด จนกระทั่ง…ฟางเส้นท้ายที่สุด เมื่อตะบันบ่ายแก่ๆลงมา ถุย! จนกระทั่งในเกมเพลย์ออฟ รอบคัด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกพ้องภูติผีแดงออกไปเยือน คลับ บรู๊ซ
"ชิชา" ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง หลังจากกลุ่มตนเองนำห่าง 4-0 ก่อนจะได้จุดโทษ แต่คุณพี่เขาดันสังหารพลาดง่ายๆซะอย่างงั้น!
ภาพที่ หลุยส์ ฟาน กัล ทำหน้าราวกับถูกดึงขนก้นพร้อม 8 เส้นพลางหันไปสบตากับผู้ช่วยอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ บนม้านั่งสำรอง เหมือนไม่อยากเชื่อสายตาที่ ชิชาริโต้ ยิงจุดโทษไม่เข้าถูกเผยแพร่ไปทั่วทั้งโลกในระบบโซเชี่ยล
แล้วหลังจากนั้นคุณลุงอ้วนเหน็บเขมือบส์แกก็ตัดสินใจปล่อยกองหน้ากลุ่มชาติเม็กซิโกผู้นี้ให้ เลเวอร์คูเซ่น ไปในราคาเพียงแค่ 7.3 ล้านปอนด์
"เด็กผี" ส่วนใหญ่อาจเสียดาย แต่ขูดความจำได้ว่าไม่ถึงกับอาลัยอาวรณ์หรือห่วงใยอะไรจำนวนมาก เพราะระยะหลังๆฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงน้อยและก็ยิงน้อย แถมยังถูกปล่อยให้กลุ่มอื่นยืมตัวไปหนึ่งฤดู

บนเวทีบุนเดสลีการาวกับกลับมาเกิดใหม่ใหม่ เมื่อฤดูแรกกับ เลเวอร์คูเซ่น "น้องถั่ว" ยิงได้ถึง 20 ประตู จากการลงเล่น 46 นัดในทุกรายการเริ่มมีเสียงบ่นโชคร้ายให้ได้ยินส่วนฤดูนี้ ชิชาริโต้ ลงเล่นไปแล้ว 32 นัด โดยยิงไป 12 ประตูในทุกรายการรวมลงเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น ไปแล้วทั้งผอง 72 นัด ยิง 38 ประตู ซึ่งนับว่าเป็นค่าถัวเฉลี่ยในการทำประตูที่สูงพอเหมาะพอควร เป็นยิงได้ 1 ประตูในทุกๆ2 นัดเทียบกับตอนอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่น 157 นัด ยิงได้ 59 ประตู คุณจะพบว่าสถิติและก็ค่าถัวเฉลี่ยนในการถล่มตาข่ายสูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นการกลับมาเกิดใหม่ใหม่ของ ชิชาริโต้ บนเวทีบุนเดสลีกา-เยอรมัน บรรดาผู้อุทิศวิญญาณให้ภูติผีแดงก็ออกอาการอาลัยอาวรณ์ & ห่วงใย ขึ้นมาทันที ประมาณว่าโชคร้ายพลางชื่นชมที่ปรึกษาภูติผีแดงคนเก่าว่า "เอ็งขายออกไปได้ยังไงขอรับ…ไอ้หอก!" ดังนั้นไม่ควรต้องถามบรรดาแฟนผีว่าอยากได้ดาวเตะผู้นี้กลับมาหรือไม่? คำตอบส่วนใหญ่คงแบบเดียวกันนั่นแหละคือ "เอานะ" (สำหรับค่าตัวก็คงไม่แพงน่าสะอิดสะเอียน แต่คงสูงขึ้นมากยิ่งกว่าที่ขายออกไปแน่ๆ) สมมุติว่าย้ายกลับมาจริงๆถามคำถามว่า ชิชาริโต้ จะแก้ตอบโจทย์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้หรือไม่?…ว่าแล้วมาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ
"ชิชา" จัดเป็นผู้เล่นที่ความสามารถความรู้ความเข้าใจเฉพาะตัวค่อนข้างต่ำ เขาไม่ค่อยมีคุณลักษณะในการกระชากบอลหนีคู่แข่งหรือเลี้ยงกินตัวคู่แข่ง – จับบอลก็กระโดกกระเดก จ่ายบอลก็ไม่ค่อยถูกต้องแม่นยำสักเท่าไหร
คุณลักษณะเด่นหรือจุดขายเพียงแต่จุดเดียวเป็นการทำประตูในกรอบเขตโทษ เขาเป็นผู้เล่นที่มีวิญญาณเพชฌฆาตพอๆกับสัญชาติญาณนักฆ่า โดยเป็นกองหน้าที่จัดอยู่ในประเภท "สุนัขจิ้งจอกในกรอบเขตโทษ"พูดง่ายๆว่าเกิดมาเพื่อกระทุ้งประตูเพียงอย่างเดียวปัญหาคือแม้ฟอร์มตกเมื่อใด หรือสหายร่วมกลุ่มไม่อาจจะเปิดป้อนบอลเข้าไปให้ทำประตูได้มากเพียงพอ เขาก็จะจำแลงเป็นสากที่หมดประโยชน์ทันที โดย 12 นัดล่าสุดที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด – ชิชาริโต้ ยิงได้เพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้นเองโน่นอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะเหตุไร หลุยส์ ฟาน กัล ถึงไม่คิดจะใช้บริการของ "น้องถั่ว" เฉพาะอย่างยิ่งในฟุตบอลยุคใหม่ที่กองหน้าควรมีส่วนร่วมกับเกม และก็จำต้องทำอะไรให้ได้มากกว่าการ "รอยิง" เพียงอย่างเดียว
ต่อเมื่อตกเป็นข่าว บรรดาสื่อในอังกฤษมานะนำเสนอแต่สถิติที่สวยหรู อย่างเช่นการยิงได้หลายประตู โดยแกล้งไม่บอกว่าในฤดูนี้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พี่มึงยิงมิได้ต่อเนื่องกันถึง 16 นัดเลยทีเดียว
ที่สำคัญเป็นสมรภมิหน้าแข้งพรีเมียร์ลีกมีความเล่นยากกว่า             บุนเดสลีกา การยิงกระจายในลีกสูงสุดของเยอรมันก็เลยอาจมิได้หมายความว่าจะยิงกระจายในลีกสูงสุดของอังกฤษ
ตอนนี้อายุของ "น้องถั่ว" พึ่งจะ 28 ขวบเท่านั้นเองขอรับ เรียกว่าอยู่ในช่วงพีคของอาชีพล่าตาข่าย สมมุติว่าเอากลับมาจริงๆมันก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอะไร ขายไป 7.3 ล้าน ถ้าหากขอซื้อกลับมาสัก 15 ล้าน รู้เรื่องว่า "เจ้าของห้างขายยา" ก็คงไม่กล้ายักไหล่ใส่
ชิชาริโต้ อาจไม่เหมาะสมกับแนวทางการเล่นฟุตบอลแบบเน้นย้ำการครอบครองของ หลุยส์ ฟาน กัล สักเท่าไหร่ เพราะต่อหนึ่งเกมอาจมีจังหวะจบในกรอบเขตโทษน้อยไปหน่อย แต่น่าจะเหมาะกับทางของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำให้ภูติผีแดงเปิดเกมบุกใส่คู่แข่งอย่างรวดเร็วและก็น้อยจังหวะมากกว่าบนความสนุกสนานร่าเริงมากเพิ่มขึ้น

กริซมันน์ กับโอกาสย้ายทีมไป ผีแดง

ตอนนี้ข่าวสารระหว่าง อองตวน กริซมันน์ กับ แมนฯยูไนเต็ด ยิ่งโหมแรงขึ้นเป็นระยะแล้วครับผม
ปัจจุบันสื่อฝรั่งเศสหลายรายรวมถึงผู้รายงานข่าวดังที่มีคนติดตามทางทวีตเตอร์ก็รายงานตรงกันว่ากองหน้าฝรั่งเศสกับ ‘ซาตานแดง’ บรรลุกติกาพื้นฐานกันได้แล้ว
ทดลองสื่อบ้านเกิดของ กริซมันน์ เล่นแรงขนาดนี้ ท่าจะมีมูลเหตุให้เชื่อถือได้ไม่น้อย เพราะทางฝั่งสเปนเองแม้กระแสยังไม่แรงมากมายแต่ก็เริ่มลงรายละเอียดบ้างแล้ว
ถ้าหากจำกันได้ เมื่อวันที่ 24 มกราคมก่อนหน้านี้ ผมเคยเขียนถึงดีลระหว่าง กริซมันน์ กับ แมนฯยูไนเต็ด ไปแล้ว หลักๆก็ว่าถึงข่าวสารรวมทั้งกระแสที่สเปนซึ่งยังเงียบอยู่ แต่ก็ปิดท้ายว่ามันมีความน่าจะเป็นพอควร
มาวันนี้จากที่ติดตามสถานการณ์มาเรื่อยๆรวมทั้งการตีข่าวสารจากฝรั่งเศส เห็นทีอาจจะจะต้องปรับระดับ ‘ความน่าจะเป็น’ ให้สูงมากขึ้นอีก พินิจพิจารณากันนี้ เพราะเหตุใด กริซมันน์ จึงจะย้ายออกจาก บิเซนเต้ กัลเดรอน ? เหตุผลหลักๆมันก็มีอยู่ 4-5 ข้อ แรกเลยก็คือ ดาวยิงหมายเลข 7 กำลังถึงจุดอิ่มตัวกับ แอตเลว่ากล่าวโก รวมทั้งอยากได้ไขว่คว้าหาความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่ากองหน้าวัย 25 อยู่กับกลุ่มมาตั้งแต่ฤดู 2014-15 นับจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็แทบๆ3 ฤดูแล้ว ซึ่งว่ากันโดยส่วนตัวถือได้ว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นขุนศึกตัวหลักของกลุ่ม ยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของ ลา ลีกา ปี 2016 ก่อนที่ปัจจุบันจะคว้าชั้น 3 ของ บัลลงดอร์
กระนั้น นอกเหนือจากการเห็นด้วยจากแฟนๆตราหมี รวมทั้งผู้คนในแวดวงแล้ว กริซมันน์ กลับประสบความสำเร็จครองแชมป์กับ แอตเลว่ากล่าวโก น้อยมาก
เคยเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกฤดูปัจจุบัน แต่ก็อกหักไป ส่งผลให้จนแล้วจนรอดกับ แอตเลว่ากล่าวโก เขาจึงได้เพียงแชมป์ซูเปร์โกขว้าง เด เอสปันญ่า หรือ สแปนิช ซูเปอร์คัพ เมื่อปี 2014 เพียงรายการเดียวแค่นั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับฝีเท้า หันมาดูทางของ ‘ตราหมี’ ในฤดูนี้ ก็ทำท่าว่าจะวืดสูง ลา ลีกา ตามหลัง เรอัล มาดริด 10 แต้มแถมยังแข่งมากยิ่งกว่าหนึ่งนัดหมาย ซึ่งถ้าหากว่ากลุ่มชุดขาวบุกชนะ บาเลนเซีย ในเกมหลงเหลือที่ เมสตาย่า ก็จะโดนทิ้งไปไกลถึง 13 แต้ม ระยะห่าง 13 แต้ม จากกลุ่มอย่าง มาดริด แบบงี้ก็โบกมือลาจังหวะครองแชมป์ได้เลย เฉกเหมือนกันกับสถานการณ์ในโกขว้าง เดล เรย์ ที่กลุ่มกรุยทางไปถึงรอบรองชนะเลิศ ก็ดูแล้วยากเย็นแสนเข็ญ เพราะเกมแรกที่ กัลเดรอน กริซมันน์ รวมทั้งเพื่อนพ้องๆดันปราชัยติดอยู่รังต่อ บาร์ซ่า 1-2 เลกลำดับที่สองในวันพฤหัสบดีหน้าจะต้องบุกชนะถึง คัมป์ นู ด้วยระยะห่าง 2 ประตูขึ้นไปจัดว่ายากมากมาย จังหวะจอดปีนป่ายแค่รอบนี้มีสูงเกิน 60% คงมีเพียงรายการแชมเปี้ยนส์ลีก ที่เดินทางไปถึงรอบ 16 กลุ่มในที่สุดแค่นั้นที่ยังเป็นความหวัง แต่ทางนั้นก็ไม่ง่ายเลยซักนิด ถึงจะผ่าน เลเวอร์คูสังเวย ได้ แต่ก็มีเสือสิงห์กระทิงเเรดรออยู่อีกมาก ด้วยความสำเร็จที่คว้ามาได้เพียงน้อยนิด อาจเป็นชนวนเหตุให้เขานึกถึงความเจริญก้าวหน้าในอนาคต เพราะสำหรับอาชีพนักฟุตบอล การครองแชมป์รวมทั้งการยกระดับตนเองขึ้นไปเรื่อยๆจัดว่าสำคัญมาก การย้ายไปสู่กลุ่มที่ใหญ่กว่า มีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าจะเอื้อจังหวะให้เขาตามล่าสิ่งที่ใฝ่ฝันได้ง่าย กองหน้าหมายเลข 7 ใช้เวลาสร้างชื่อกับ เรอัล โซเซียดาด 5 ปี แล้วตกลงใจยกระดับตนเองไปอยู่กับ แอต.มาดริด
เวลาแทบ 3 ฤดูภายใต้ชายคา กัลเดรอน เขาปรับปรุงตนเองจากนักฟุตบอลฝีเท้าดีขึ้นชั้นสู่ ‘สตาร์ดัง’ ซึ่งมันอาจจะไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์ซักนิดหากเขาคิดก้าวผ่านจากคำว่า ‘สตาร์’ ไปสู่ ‘ซูเปอร์สตาร์’ เว้นแต่กิตติศัพท์ รวมทั้งศักดิ์ศรีแล้ว เรื่องของรายถึงที่เหมาะจะมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวก็จัดว่าเย้ายวนไม่น้อย ตามข่าวสารว่าถ้าหาก กริซมันน์ ย้าย เขาจะได้รับค่าเหนื่อยพรั่งพร้อมเสมอกันกับ ปอล ป็อกบา เพื่อนสนิทถึง 17 ล้านยูโรต่อปี จำนวนค่าเหนื่อยนี้ เมื่อเทียบกับที่รับอยู่ในขณะนี้ จัดว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

กับ ‘ตราหมี’ กริซมันน์ รับอยู่ที่ 6 ล้านยูโรต่อปีเท่ากับ โกเก้ ราคานี้ถือเป็นเรตค่าเหนื่อยสูงสุดที่กระดานแอตเลว่ากล่าวโกจะจ่ายให้ได้ แม้ว่าเขาจะเป็นสตาร์หมายเลขหนึ่งของกลุ่ม แต่ถ้าหากจะอัพให้มากยิ่งกว่านี้เกือบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะว่า ‘ตราหมี’ เป็นกลุ่มที่มีวินัยด้านการเงินเข้มงวด พวกเขาตั้งเพดานสูงสุดไว้แค่ 6 ล้านยูโร นักฟุตบอลทุกคนจะไม่มีใครได้มากยิ่งกว่า 6 ล้าน หากนักฟุตบอลรายใดที่อยากได้ได้มากยิ่งกว่า ก็มีแค่ลู่ทางเดียวแค่นั้นคือ ‘ย้ายออก’ เหมือนกับในกรณีของ ดีเอโก้ กอสต้า ที่โยกไป เชลซี หรือเคสก่อนหน้าอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ที่ไปอยู่กับ โมนาโก อดีตกาลสองหัวหอกต้องย้ายไปเพื่อรับเงินค่าเหนื่อยที่สูงกว่า ทั้งที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงรวมทั้งเล่นเข้ากับกลุ่มได้เป็นอย่างดี อีกต้นเหตุนึงที่มีสาระสำคัญไม่น้อย ก็คืออนาคตของลูกพี่ใหญ่อย่าง ดีเอโก้ สิเมโอเน่ กริซมันน์ ให้ความเคารพ รวมทั้งเชื่อใจ สิเมโอเน่ อย่างยิ่ง หลายๆครั้งเขาให้สัมภาษณ์ในทำนองว่าตราบใดที่ โชโล่ ยังอยู่กับกลุ่มเขาจะไม่ไปไหนแต่จากข่าวล่าสุดที่ การ์ลอส สิเมโอเน่ พ่อของ โชโล่ ให้สัมภาษณ์กับนสพ.ลา ท้องนาสิออน สื่ออาร์เจนว่ากล่าวน่าถึงอนาคตของลูกชายว่า “ไม่ช้าไม่เร็วจะเกิดความเคลื่อนไหว” “ดีเอโก้ รู้สึกสะดวกกับชีวิตที่มาดริด แต่ความเคลื่อนไหวจะเกิดขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เพียงแต่ผมไม่รู้ดีว่ามันจะไปจบที่อังกฤษ หรือ อิตาลี” ทดลองพ่อที่ปรึกษาใหญ่บอกชัดขนาดนี้ ก็เห็นที กริซมันน์ ควรเก็บเอาไปคิดบ้างส่วนในข้อกลุ้มอกกลุ้มใจที่ว่า แอต.มาดริด อาจไม่ยอมขาย กริซมันน์ ก็ดูเหมือนจะเป็นข้อสมมติฐานที่เลือนลาง เพราะแต่ไหนแต่ไร ‘ตราหมี’ ไม่คยยี่หระกับแนวทางการขายสตาร์ของกลุ่มออกไปเลยแม้กระทั้งรายเดียว ไม่ว่าจะเป็น เฟร์นานโด โคนร,เซร์คิโอ อาก้วยโร่ ‘กุน’ ,ราดาเมล ฟัลเกา หรือ ดีเอโก้ กอสต้า
ลำแข้งเหล่านี้ยังถูกขาย กริซมันน์ อาจจะไม่มีข้อยกเว้น ขอเพียงแค่เงินถึง โต๊ะเก้าอี้ที่ กัลเดรอน ก็พร้อมที่จะโดนจับมาตั้งวางเพื่อรองรับการเจราจา สิ่งสำคัญคือ แมนฯยูไนเต็ด กล้าทุ่มมากแค่ไหน ? ถ้าหากระดับใกล้ๆ100 ล้านยูโร ซึ่งเป็นราคาค่าฉีกข้อตกลงที่ กริซมันน์ เซ็นไว้ถึงปี 2020 โน่นก็ไม่ใช่ปัญหาเลย อีกทั้งปฏิกิริยาจากแฟนบอล ‘ตราหมี’ นั้น ปัจจุบันผมไปสัมภาษณ์พวกเขามาถึงประเด็นนี้ แม้หลายๆคนยังไม่เชื่อว่าดาวยิงเฟร้นช์แมนจะย้าย แต่ถ้าหากลงเอยแล้วมันเลี่ยงไม่ได้จริงๆพวกเขาก็ไม่กลัว “ถ้าหากเขาย้าย พวกเราก็ซื้อคนใหม่เข้ามาแทน ก่อนหน้านี้พวกเราทำให้มองเห็นมาบ่อยแล้ว” มานู หนึ่งในกองเชียร์ตราหมีแสดงทรรศนะกับผมไว้แบบนี้โดยส่วนตัว ผมคิดว่าเรื่อง กริซมันน์ ย้ายไม่ย้าย งานนี้ขึ้นกับเจ้าตัวรวมทั้งคนซื้ออย่าง แมนฯยูไนเต็ด แล้ว ส่วน แอตเลว่ากล่าวโก ก็แค่คอยฟังคำแนะนำ

หงส์พลิกแซงเฉือนหวิวเบิร์นลีย์ สองต่อหนึ่ง

พลพรรคหงส์ที่แม้จะโดนลูบคมเสียประตูเร็วตั้งแต่ต้นเกม แต่ยังสามารถพลิกเกมกลับมาเป็นฝ่ายเก็บสามแต้มได้สำเร็จ

เจอร์เก้น คล็อปป์ หัวเรือใหญ่ลิเวอร์พูล เปลี่ยนนักเตะจากเกมล่าสุดเมื่อสัปดาห์ก่อนที่ชนะปืนใหญ่ 3-1 เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น คือ ดีว็อก โอริกี ซึ่งได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน ที่มีปัญหาบาดเจ็บ

ด้านทีมเยือนของ ฌอน ไดค์ ซึ่งเคยสร้างเซอร์ไพรส์เปิดบ้านชนะหงส์ 2-0 ในนัดแรกที่พบกันของฤดูกาลนี้ ยังจัดทัพมาในระบบ 4-4-2 ฝากความหวังพังประตูไว้ที่คู่กองหน้าอย่าง อังเดร เกรย์ กับ แอชลีย์ บาร์นส์

ออกสตาร์ทเกมมาเพียงแค่ 7 นาทีเท่านั้น เป็นเบิร์นลีย์ที่ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ แม็ทธิว ลอว์ตัน เปิดบอลเรียดจากกราบขวาเข้ากลางให้ บาร์นส์ ล้มตัวพุ่งชาร์จระยะเผาขนตุงตาข่าย ส่งให้เดอะ คลาเรตส์ออกนำ 1-0

หลังเสียประตู หงส์ก็พยายามครองบอลบุกเข้าใส่เพื่อหวังตีเสมอให้ได้ จนกระทั่งมาประสบความสำเร็จ ในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 45+1 จากจังหวะที่ โอริกี เปิดบอลจากฝั่งซ้ายเข้าเขตโทษให้ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ยิงครั้งแรกไปติดบล็อค เบน มี แต่ลูกยังกระดอนมาหาหวดด้วยขวาดาบสองเข้าไป ทำให้จบครึ่งแรกด้วยผลเสมอ 1-1

ครึ่งหลังหงส์ ยิ่งลุยบุกหนักกว่าเดิมเพื่อหวังเป็นฝ่ายแซงนำบ้าง ก่อนจะมาทำสำเร็จ ในนาทีที่ 61 จากจังหวะที่ โอริกี ไหลบอลให้W88เอ็มเร จัน ซัดไกลด้วยขวาส่งบอลเรียดเข้าไปอย่างสวยงาม ช่วยให้หงส์พลิกขึ้นนำ 2-1

จากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีก ทำให้สุดท้ายจบเกมเป็นหงส์ที่เฉือนชนะไปแบบหวุดหวิด 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 55 แต้ม ยังรั้งที่ 4 ต่อไป ส่วนเบิร์นลีย์อยู่อันดับ 12 มี 31 คะแนนเท่าเดิม

”เอร์เรรา”หวังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจบท็อปโฟร์

อันเดร เอร์เรรา นักเตะของ ''ปีศาจแดง'' แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มั่นใจต้นทีมของเขาหวังที่จะจบฤดูกาลด้วย 4 อันดับแรก เพื่อจะได้สิทธิ์ในลงเล่นฟุตบอลถ้วยบิ๊กเอียร์ในฤดูกาลหน้า
ดาวเตะวัย 27 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่าเขาและทีมต้องการจบฤดูกาลนี้ 1 ใน 4 ของอันดับในพรีเมียร์ลีก มากกว่าการคว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรป้าลีก
ขณะนี้ทีมปีศาจแดงมีคะแนนรั้งอันดับ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีก ซึ่งยังคงต้องลุ้นทำคะแนนให้จบ 4 อันดับแรกให้ได้ สำหรับรายการยูฟ่า ยูโรป้าลีก พวกเขามีนัดทำศึกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับแซงต์ เอเตียงในสัปดาห์หน้า