ผีแดงและหงส์แดงพลาด 2 แต้ม

ผลเสมอ 1-1 จากโรงแสดงละครทำให้ปีนี้แดงเดือดแบ่งแต้มกันสองนัดหมายเหย้าและก็เยี่ยมทีแรกนับจากปี 1988 เป็นต้นมา ปกติไม่ค่อยเสมอไปกลับ ต้องมีแพ้ชนะกันสักเกมหนึ่ง
เว้นแต่ตัวเลขนี้…นักสถิติแดงเดือดรับรองว่า เจมส์? มิลเนอร์ รักษาสถิติถ้าเขายิงได้โอกาสจะไม่แพ้ไปอีก 46 นัดหมาย (ชนะ37)เช่นเดียวกันกับการลงเล่นของ ไมเคิลFun88คาร์ริค ในปีนี้ยืดเป็น 17 นัดหมายแล้วที่แมนฯยูไนเต็ด ไม่แพ้คนใด
ที่ถือว่าโชคดีของชาวหงส์เป็นประตู 250 สถิติใหม่ของ เวย์น รูนีย์ ไม่เกิดขึ้นในแดงเดือด ไม่เช่นนั้นโดนจำไปตลอดชีวิต
ก่อนเกมนี้ทิศทาง, กระแส ความพึงพอใจ และก็การฟันธง เอียงเอนไปฝั่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยชัยชนะ 7 นัดหมายรวดในลีก และก็อีกสองในบอลถ้วยรวมเป็น 9 นัดหมายต่อเนื่อง แถมแพ้ครั้งล่าสุดเมื่อไหร่กับคนใดเรายังนึกไม่ออก
โชเซ มูรินโญ ปรับกลุ่มของเขาได้ดีขึ้นในตอนที่ผ่านไป กลุ่มของเขาไม่แพ้คนใด 16 นัดหมายนับจากแพ้เฟเนห์บาเช ในยูโรปา ลีก แม้กระนั้นสำหรับบอลพรีเมียร์ลีกแพ้ครั้งล่าสุดเป็นเชลซี "หัวหน้าฝูง" โน่นยิ่งทำให้มองภาพเด่นชัดเลยว่า พวกเขาแพ้ยาก พลาดยาก
เสียแค่….โดนแบ่งแต้ม เลยเปลี่ยนเป็นหายสองแต้มจากการเสมอ อันนี้เป็นอะไรที่ มูรินโญ จำเป็นต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว
ไม่เช่นนั้นเป้าหมายอย่างพื้นที่ชปล. หายไป โดยเฉพาะหลังจากแมนฯสิตี้ เสียท่าโดนเอฟเวอร์ตันถล่มเปรอะ 4-0 ทำให้พวกเขาร่วงมาเป็นกลุ่มชั้นห้าในตารางคะแนนนำแมนฯยูฯ 2 แต้ม
ขณะนี้สื่ออังกฤษคาดเดา ฟันธงว่า สองกลุ่มดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ ที่ทุ่มเงินซื้อทั้งนักฟุตบอลและก็จ่ายค่าจ้างผู้ฝึกสอน ได้โอกาสแย่งชั้น 5 กัน ดีเยี่ยมที่สุดของสองกลุ่มนี้เป็นไปชปล. ไม่ใช่ลุ้นแชมป์ กระทั่งจะมีการปรับปรุงแก้ไขผลงาน
แฟนผีเองก็ท้อเช่นเดียวกันในชัยชนะ 6 นัดหมายรวดของพวกเขาแต่ยังย่ำอยู่ที่ 6 อย่างเดิม ต่อให้เกมล่าสุดถ้าหากชนะลิเวอร์พูลได้ บางทีอาจมีหวังไกลกว่านี้แม้กระนั้นก็ยังอยู่ตำแหน่งที่ 6 จนกระทั่งราวกับชัยชนะรวดที่ผ่านมาไร้คุณค่าอะไร
ความเป็นจริงมันก็มีค่า…แม้กระนั้นเป็นเนื่องจากต้นซีซั่นทำแต้มหกร่วงไปมากมาย ทำให้ 18 คะแนนในการชนะรวดมันจึงยังคงที่ ชั้นคงที่แม้กระนั้นถ้ามองมุมบวก "ช่องว่าง" ลดลงไปมากมาย จะว่าไปพวกเขาห่างจากเชลซี 12 คะแนน
เป็นกลุ่มเดียวที่ทิ้งห่างจนกระทั่งแทบหมดโอกาสไล่…แม้กระนั้นชั้น 2 นั้นยังมีหวังครับ
พวกเขาห่างสเปอร์ส, หงส์ 5 แต้ม ผมว่าไล่ง่ายดายเสียยิ่งกว่า และก็คิดไปทีละลำดับขั้นเป็นขณะนี้ไล่สองกลุ่มนี้ให้ใกล้และก็หาโอกาสแซง มันยังมีเวลาอีก 17 นัดหมาย ผมมั่นใจว่า "ปีศาจร้ายแดง" มีโอกาสมากกว่าชั้น 4 อย่างที่สื่ออังกฤษมองและก็ฟันธงกัน ผมยังไม่ตัดชื่อทั้งแมนฯยูฯ และก็แมนฯสิตี้ทิ้ง
ขณะนี้เป้าหมายสองกลุ่มนี้เป็นลดช่องว่างกับกรุ๊ปลุ้นแชมป์ลงก่อน แล้วค่อยรอดูว่าสถานการณ์และก็ฟอร์มของพวกเขาจะไปถึงไหนเมื่อหมดมีนาคม ผมว่าสื่ออังกฤษใจร้อน แม้กระนั้นเข้าใจมุมมองที่มากประสบการณ์ของพวกเขาที่ติดตามฟุตบอลมาเป็น 30-40 ปีตลอดชีวิต
ก็แค่…ผมแค่ไม่มั่นใจว่าเราจะไปกาชื่อสองกลุ่มดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ออกจากกรุ๊ปหัวหน้า ขอรอดูอีกสักระยะ เนื่องจากช่วงสองเดือนจากนี้เป็นช่วงทำแต้ม เร่งเครื่องไงครับ มันเป็นช่วงที่น่าสนใจอย่างมากต่อเป้าหมายของพวกเขา
โน่นเป็นอนาคต…แม้กระนั้นอดีตกาลที่พึ่งจบลงไปหมาดๆกับศึกแดงเดือดที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยกล่าวขานว่าสนุก เร้าใจ ตื่นเต้น ไม่เคยรู้คนใดชนะหรือแพ้ ต่อให้ 10 นาทีในที่สุดในระหว่างที่หงส์แดงนำ 1-0 ซึ่งผมคิดว่า พบร คลอปป์ ไม่เซอร์ไพรส์ มูรินโญ เลย
การถอนตั้งรับ….เพื่อรอสวนกลับ ไม่น่าจะเป็นทางออกที่มาเล่นแดงเดือดแล้วคุณต้องการชนะ

โอเค…ก่อนเกม "ปีศาจร้ายแดง" เหนือกว่าด้วยฟอร์มนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าเพราะเหตุไรแวดวงลูกหนังบ้านเรา บรรดาเซียน เกจิ ต่างพากันถือหางแมนฯยูฯ มากกว่าลิเวอร์พูล กระทั่งตัวผมเองยังคิดว่า โอกาสกลับไปอยู่ที่บ้านมือเปล่ามีสูง เต็มที่ก็เสมอ
นักฟุตบอลชุด 11 คนแรกผ่านการกลั่นกรองจาก มู มาแล้วเพื่อพบลิเวอร์พูลในระบบ 4-3-3 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มาร์กสิยาล, อิบรา, มคิทาร์ยาน เป็นสามแนวรุกข้างหน้า คาร์ริค, เอรรา, ป๊อกบา เป็นสามแดนกลาง ข้างหลัง โรโฮ กลับมาฟิตทันคู่ ฟิล โจนส์ แบกซ้ายแปลง ดาร์ภรรยาน ลงเล่น
ขณะที่ พบร คลอปป์ ไม่ใช่ ดาเนียล สเตอริดจ์ อย่างที่คาดเดากัน โอริกิ, ฟีร์มีโน และก็ ลัลลานา ยืนสามแนวรุก เนื่องจากเขาต้องการใช้แดนกลางสู้ การมี จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มาช่วยแดนกลางทำให้ เอมเร ระเบียง กับ จินี ไวนัลดุ้ม ดูปฏิบัติงานง่ายขึ้น
ระบบการเล่นออก 4-3-3 แม้กระนั้นแทกติกที่ใช้เป็นรับแล้วรอสวน ไล่เพรสสิง แดนหน้าบ้างตามจังหวะ เพรสสิงแดนกลางบ้าง ถอยคุมโซน อันนี้ส่วนมาก รอแมนฯยูฯ พลาด เกมในช่วงหลังช่วง 25 ท้องนาทีแรกจึงออกเบียด

กระทั่งความผิดพลาดอย่างไม่น่าเชื่อของ ปอล ป๊อกบา ที่ทำแฮนด์บอล เลยโดน ไมเคิล โอลิเวอร์ เป่าจุดโทษ เนื่องจากมันซึ่งๆหน้า ไม่มีใครเถียงได้ และก็ใสสะอาด มิลเนอร์ รับฆ่าไม่พลาดเป้า นี่ก็ 10 ประตู เข้าไปแล้ว
หงส์นำ 1-0 นาทีที่ 27 โน่นยิ่งทำให้การครองบอลของปีศาจร้ายแดงมีมากกว่า แม้กระนั้นยิงจังหวะแรกเข้ากรอบเป็นช่วงท้ายครึ่งแรกโน่น ฟรีคิกของ สลาตัน อิบราฮิโมวิช แม้กระนั้นวันนี้ มินโญเลต์ หรือ มินนี ดันผีเข้า
เซฟลูกยากได้…แล้วก็จังหวะหลุดลำพังของพี่ชาย มิคกี้ ที่ยิง ติดมือเขาออกไป
การควบคุมเขตโทษ คุ้มครองปกป้องฟรีคิกและก็เตะมุม มินนี ทำได้ดีพอเหมาะพอควร ไม่มีลูกเหวอ หรือเปิดเผย ลองสลับกันถ้าเป็น ไอ้หล้อ คาริอุส ผมว่าคงจะโดนลงโทษ ซึ่ง คาริอุส ต้องใช้เวลาในการปรับตัวกับบอลอังกฤษ อีกสักพักใหญ่ๆอย่างน้อยบางทีอาจจะหนึ่งซีซั่นนี้มิโญเลต์ ทำให้หงส์ไม่โดนตีเสมอในครึ่งแรก
ช่วงหลัง มูรินโญ ตกลงใจแปลง คาร์ริค ออก ใช้ เวย์น รูนีย์ ลงไปในสนาม แล้วถอน ป๊อกบา ต่ำมายืนกลางกลับ เอรรา ปรับระบบ 4-2-3-1 มีตัวรุกสนับสนุน อิบรา เพิ่มมากขึ้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ อิบรา ไม่ได้บอลมากสักเท่าไหร่ เขาต้องถอนต่ำมาหาโอกาสเล่นเอง ซึ่งทำได้ดีด้วย ในจังหวะให้บอล แม่นและก็ได้เปรียบ ก็แค่จังหวะในที่สุดผีไม่คมในเกมนี้ บอลผ่านหน้าปรีะตูไปๆมาๆ
ถามว่าเกมออกเบียด และไม่ห่างกันมาก ตามแทกตำหนิกที่ หงส์ รับคุมโซน ผีมานะเดินเกมรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงนาทีที่ 50-60 บีบคั้นหงส์ได้มาก เกมรุกของหงส์นั้นไม่รุดหน้า แทบไม่ได้โต้เลยครับ จนกระทั่ง คูตำหนินโญ ลงมานั่นแหละที่ ผี บุกไม่ได้
แถมการเปลี่ยน มาต้า ลงมาทำให้เกมผีแผ่วไปเลย เปลี่ยนเป็นหงส์ได้เล่นบอลเพิ่มมากขึ้น คุมเกมเพิ่มมากขึ้น แถมมีจังหวะโต้ สวยๆสองสามครั้ง แม้กระนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ความไม่เนี้ยบ ไม่ละเอียดในการรับส่งบอล ดันมาเกิดขึ้น
ทั้งที่แดนกลางนั้น ป๊อกบา เล่นน้อยกว่ามาตรฐาน เปลี่ยนเป็นส่วนเกินของแทกตำหนิกนัดหมายนี้ เล่นไม่ได้เลย มานะครองบอลก็โดนรุมแย่ง จ่ายบอลขาดๆเกิน หมดประโยชน์นานถึง 15 นาที เกมแมนฯยูฯ ไม่รุดหน้ามากกว่าต้นช่วงหลัง
จนกระทั่ง มูรินโญ ต้องใช้ทีเด็ด ลูกโด่งของ เฟลไลนี ลงมาช่วง 15 นาทีในที่สุด ถอด ดาร์ภรรยาน ออก และก็บอมบ์ลูกโด่ง เพื่อบีบคั้นกองหลังหงส์ให้พลาด ซึ่งในจุดนี้ ตั้งแต่ดูหงส์ปีนี้มา ทุกนัดหมาย ใน 21 นัดหมาย เมื่อใดก็ตามที่กองหลัง เกมรับโดนบีบคั้น
ทั้งเสียแบบมีเหตุมีผลและก็ไม่มีเหตุผล ราวกับเกมล่าสุดที่ คลอปป์? มานะ รักษาพื่นที่แล้วรอสวน แม้กระนั้นสวนไม่ได้ เนื่องจากบอลไม่แม่น ไม่คมเพียงพอ ทำให้โดนบีบคั้นให้ต่อกรกับลูกโด่ง ผีจะออกข้าง ย้ำฝั่ง วาเลนเซีย ที่เร็ว และก็เปิดบอลเข้าไปบีบกองหลังหงส์ยืนห่างสักก้าวสองก้าว สักครู่รู้่เรื่อง

จริงๆครับ..ประตูตีเสมอ 1-1 นาทีที่ 84 มันมีเหตุมีผลในการเสียและก็มาจากความสะเพร่าในการป้องกันของหงส์แดง
คลาวาน ตามติด เฟลไลนี ห่าง ทั้งที่รู้ว่าหมอนี่ สูง แม้กระนั้นยืนห่าง ยิ่งทำให้คุ้มครองปกป้องยาก เฟลไลนี โหม่งบอลสลัดไปชนเสา หลุดไปเข้าทาง วาเลนเซีย ที่ถึงบอลก่อน จินี ไวนัลดุ้ม ซะอีก ริมเส้นข้างหลังแล้วความนิ่งของ วาเลนเซีย ทำให้เขาหยอดเข้าพบ อิบรา
ความเชี่ยวชาญของ อิบรา เป็นย่อตัวโหม่งให้โด่งและก็ย้อย เนื่องจากจังหวะนั้น กองหลังกับประตู หงส์แดง ยืนกันมั่วไปหมด และก็นั่นแค่ 10 หลา ความกว้างของประตูมีมากมาย การโหม่งย้อยของเขา มันเป็นการได้เปรียบในจุดนั้น
คิดอะไรไม่ออกบอก อิบรา ชั่วโมงนี้ เขาเป็นคนที่ช่วยตัดสินประตูสำคัญให้ผี ด้วยความสามารถส่วนตัวของเขาเอง
1-1 ในเวลานั้น ยังมีเวลาให้แมนฯยูฯ คิดชนะได้เลย และก็พวกเขาก็ต้องเสี่ยงกับการโดนสวนกลับ ซึ่งก็โดนจริงๆด้วย แม้กระนั้น จินี ที่รับบอลในเขตโทษจาก เอมเร ระเบียง ดันคืน เดเคอา สงสัย มึนกับเกมมั้งครับไม่น่าจะเรียกว่ายิงประตู มันเป็นการคืน เดเคอา มากกว่า
ผลเสมอ 1-1 มูรินโญ ไม่ชอบใจอีกแบบเนื่องจากเป้าหมายเกมนี้เป็นชนะ ขณะที่ คลอปป์ ไม่ชอบใจอีกแบบเนื่องจากแทกตำหนิกของเขาวางมาแล้วเล่นใช้ได้ ในแง่ทำลายเกมแมนฯยูฯ ได้เป็นส่วนมาก ลดโอกาสของ อิบรา และก็ มิคกี้ ลง เพื่อกองหลังแบกรับภาระน้อยสุด
มันใช่เลย….อิบรา กับ มิคกี้ ได้โอกาสน้อยมากในการลุ้นประตู แม้กระนั้นจุดที่แมนฯยูฯ ได้ประตูมาจาก ลูกโด่งที่มี เฟลไลนี นำกลุ่มในเขตโทษ ไม่ใช่อันตรายจาก อิบรา และก็ มคิทาร์ยานคลอปป์ จึงไม่ชอบใจกับผลเสมอ จากผลงานในสนามที่เขาคิดว่าดีมากกว่า
จุดนี้ผมเห็นด้วยกับ คลอปป์ การเล่นเกมตามแทกตำหนิกของหงส์แดง ทำได้ดีมากกว่า ในสัดส่วนของการรับแล้วรอสวน เล่นเพื่อทำลายคุณภาพ อิบรา กับ มิคกี้ ซึ่งโดนตัดทิ้งไปจากเกม ซะเป็นส่วนมาก
ก็แค่สิ่งที่เห็นชัดเป็น ถ้าคาดหวังว่าจะชนะ แมนฯยูฯ ให้ได้ หงส์แดงต้องมีความเนี้ยบในการเล่นมากกว่านี้
เอมเร ระเบียง ….ยังมั่วๆซั่วๆอย่างเดิม เลี้ยงติด ส่งผิดจังหวะ เล่นบอลไม่เข้ากันเพื่อนฝูง เฮนโด ให้อภัยเ้พราะหายกลับมา แม้กระนั้นมีส่วนในเกมมากมาย จินี ไม่เปรี้ยงปร้างอย่างที่คิด ข้างหน้า โอริกิ นี่หนักเลย บุกได้น้อย
เป็นกลุ่มคลอปป์ เบรกและลดคุณภาพนักฟุตบอลผีก้าวหน้าพอประมาณ แม้กระนั้นเมื่อคิดถึงการเล่นเกมรุก กลับขาดคุณภาพไป ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยบ่นถึง มาเน ซึ่งแน่ๆ ผมเห็นด้วย ถ้ามี มาเน่ อยู่ คุณภาพเกมรุกจะดีมากกว่านี้ ด้วยเนื่องจาก อดัม ลัลลานา จะลงมาเล่นแดนกลาง เอมเร ระเบียง จะเป็นตัวสำรองแม้กระนั้นไม่เป็นประโยชน์ไประลึกถึงนักฟุตบอลที่ไม่ได้ลงไปในสนาม
กลุ่มคลอปป์ เล่นได้ตามแทกตำหนิกของเขา แม้กระนั้นมันไม่ดีพอที่จะชนะแมนฯยูไนเต็ด ที่ฟอร์มรุนแรงได้ แม้ มูรินโญ จะมานะบอกข้างหลังเกมว่า ผีบุก หงส์ รับ เขาอาจลืมหรือละเลยไปว่าเมื่อต้นซีซั่นที่แอนฟิลด์แมนฯยูฯ รับแบบหยุดรถบัสในช่วงหลังเลยด้วยซำ้ เพื่อลดคุณภาพของ มาเน, ฟีร์มีโน, คูตำหนินโญไม่ว่าใดๆก็ตาม ทั้งคู่กลุ่มไม่ดีพอที่จะเอาชนะซึ่งกันและกัน
แฟนบอลุ้นกันเครียดเนื่องจากกลัวเสียประตู กลัวแพ้ ในแต่ละครั้งที่ขึ้นบอล แม้กระนั้นความเป็นจริง มันเป็นเกมที่ไม่มีคุณภาพอะไร ราวกับที่ มูรินโญ บอก ถ้าหากเรานับจังหวะการส่งบอล ผิดพลาด, การเลี้ยงที่ไม่รับประทานตัวกันกล้วยๆ
ไม่ใช่เกมที่มีคุณภาพฟุตบอล แม้กระนั้นเป็นเกมที่สนุกในความหมายของแดงเดือด เนื่องจากบอลไปเร็ว สองกลุ่มสลับกันเสียบอลในแดนกลางด้วย ไม่ราวกับแดงเดือด สมัย มอยส์, ฟาน กัล ที่ขาดความเร้าใจในเกมหลังจากแบ่งแต้มกันทำให้ แมนฯยูไนเต็ด ลดช่องว่างกับกรุ๊ปนำไม่ได้ยังอยู่ที่ 6
       

ชิชาริโต้ รีเทิร์น ปีศาจแดง

ฤดูนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด มีปัญหากับเกมรุกของตนเองอย่างรุนแรง
เมื่อจะบอกว่าปัญหาในเกมรุกของกลุ่มภูติผีแดงอยู่ที่กองหน้าก็คงบอกได้ไม่เต็มปากเต็มคำนัก ในเมื่อหัวหอกมหาประลัยอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยังคงซอยตาข่ายได้อย่างต่อเนื่อง
ปัญหาคือเมื่อไม่มีดาวยิงวัย 35 กะรัตผู้นี้ หรือเมื่อใดก็ตามที่คุณพี่เขาทำฟอร์มตก – เล่นไม่ออก เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะอัตคัดขึ้นมาทันที
นอกจากกองหน้าตัวหลักอย่าง "อิบรา" แล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ยังมีผู้เล่นประเภทหัวหอกอยู่ในแผนกล่าสังหารอีก 2 หน่วยเป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แต่ทว่าในตอนนี้ดูเหมือนกับว่าทั้งสองจะกลายพันธุ์เป็นตัวรุกริมเส้นหรือกองหน้าครึ่งปีกไปซะแล้ว เมื่อถูกจับมายืนเป็นกองหน้าก็ชอบเล่นไม่ออก – ยิงประตูมิได้ด้วยเหตุนั้น & ฉะนี้
ก็เลยเดาได้ไม่ยากว่าตำแหน่งที่ โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังต้องการด่วนในฤดูหน้า เป็นนักฟุตบอลประเภทดาวถล่มประตูนี่แหละกองหน้าระดับตีนพระกาฬหลายรายนามก็เลยถูกสื่อในเมืองหลวงที่ลูกหนังจับมาสังวาสกับภูติผีแดงอย่างสนุกครึกครื้นไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, โรเมลู ลูกากู, ปีเครื่องปรับอากาศ เอเมอริค โอบาเมยัง และก็โดยไม่เว้นแม้แต่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้จนกระทั่งวันก่อน โชเซ่ มูรินโญ่ ก็พูดถึงกองหน้าคนหนึ่งซึ่งเคยเป็นอดีตผู้เล่นสายพันธุ์อสุรีสยองนี่แหละฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือที่ราษฎรรู้จักเขาในนาม "ชิชาริโต้"
ที่ปรึกษาจอมหยิ่งให้สัมภาษณ์หลังจบเกมที่ทำเป็นเพียงแค่เสมอในบ้านตนเอง 2 นัดติดต่อกันประมาณว่าด้วยแนวทางเล่นของ แมนฯ ยูไนเต็ด และก็ทุ่งนาต่อไปนี้ ด้วยการพาบอลเข้าไปหาจังหวะจบในกรอบเขตโทษได้เป็นอย่างมาก แม้เขามีกองหน้าอย่าง ชิชาริโต้ เป็นลูกทีม นักฟุตบอลชาวจังโก้เก๋ผู้นี้น่าจะทะลวงตาข่ายได้โดยประมาณ 15-20 ประตู ต่อฤดู
สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ที่บอกว่าตอนเข้ามารับตำแหน่งพ่อใหญ่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ใหม่ๆเขาพบว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ปล่อยผู้เล่นที่ไม่ควรจะปล่อยออกจากกลุ่มไปคนจำนวนไม่น้อยหนึ่งในนั้นเป็นเจ้าของสมญา "ถั่วน้อย" ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ขายให้ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อฤดู 2015-16 พูดถึง "ชิชาริโต้"
เขาโชว์ฟอร์มได้กระฉูดแตกมากที่สุด ตั้งแต่ฤดูแรกที่พึ่งจะเลื้อยก้นจาก เม็กซิโก มาอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆโดยที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก
ฤดู 2010-11 นักฟุตบอลที่สหายร่วมกลุ่มเรียกสั้นๆว่า "ชิชา" ซ้ำๆไป 20 ประตูในทุกรายการ โดยแบ่งเป็น 13 ประตูบนเวทีพรีเมียร์ลีกช่วยทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ลีกสูงสุดเป็นยุคที่ 19 รวมทั้งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ เวมบลี่ย์
ถึงจะยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างถาวรไม่เป็นผลสำเร็จก็จริง แต่เมื่อลงมาเป็นตัวสำรองแล้วมักทำประตูได้ไม่ได้แตกต่างจากอาวุธลับของภูติผีแดงราวกับที่กาลครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยมี "ซูเปอร์ดูดซึม" อย่าง โอเล่ กุนร์ ทุ่งนา โซลชา

ฤดูต่อมา "ถั่วน้อย" ยังคงรักษามาตรฐานในการทำประตูของตนเองเอาไว้ได้ แม้จะไม่เปรี้ยงปร้างราวกับฤดูแรก เขากดไปอีก 10 ดอกในพรีเมียร์ลีก ก่อนจะทำเป็นอีก 10 ประตูในฤดู 2012-13
เพียงแม้พิจารณาให้ดีจะพบว่าในฤดูท้ายที่สุดที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการกลุ่มภูติผีแดง – คุณพ่อมึงเริ่มใช้บริการของ "ชิชาริโต้ น้อยลงไปเรื่อยๆ อย่างหนึ่งอาจเพราะการเข้ามาของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ ก็ยังเป็นกองหน้าชนิดหมูเดือดเหมือนเดิม แต่อีกประการหนึ่งก็คือฟอร์มการเล่นของ ชิชาริโต้ ที่ตกลงไปด้วยเหมือนกัน
ฤดูท้ายที่สุดของคุณพ่อ ดาวเตะที่มีชื่อเต็มว่า ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 9 นัดเพียงแค่นั้น
เมื่อ เดวิด มอยส์ เข้ามาแทนที่ท่านเจ้าคุณเฟอร์กี้ – ที่ปรึกษาภูติผีแดงคนใหม่ก็ไม่ค่อยใช้งาน "น้องถั่ว" สักเท่าไหร่ โดยในฤดู 2013-14 เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 6 นัดเพียงแค่นั้น (ลงเป็นสำรอง 18 นัด) สถิติการถล่มตาข่ายก็เลยลดลงอย่างฮวบฮาบ เหลือเพียงแค่ 4 ประตูเพียงแค่นั้น เฉพาะในพรีเมียร์ลีก
เมื่อแปลงแม่งานอีกครั้งเป็น หลุยส์ ฟาน กัล – แมนฯ ยูไนเต็ด ไปคว้ากองหน้าคนใหม่ที่ชาติกำเนิดสูงขึ้นมากยิ่งกว่าอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา มาร่วมกลุ่ม คุณลุงอ้วนมึงก็เลยตัดสินใจปล่อย "ถั่วน้อย" ผู้สวยของแฟนคลับให้ เรอัล มาดริด ยืมตัวไปใช้งานตลอดทั้งฤดู 2014-15
ชิชาริโต้ ลงเล่นให้ "พระราชาชุดขาว" ทั้งผอง 33 นัด ยิงได้ 9 ประตู (ทุกรายการ) แม้คิดว่าชีวิตส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง การยิงได้ 9 ประตูก็นับว่าไม่น่าสะอิดสะเอียนสักเท่าไหร่
แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เลยดึงกองหน้าสายพันธุ์จังโก้เก๋ผู้นี้กลับมาที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้งในฤดู 2015-16 ซึ่งเขาได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองทั้งผอง 3 นัด จนกระทั่ง…ฟางเส้นท้ายที่สุด เมื่อตะบันบ่ายแก่ๆลงมา ถุย! จนกระทั่งในเกมเพลย์ออฟ รอบคัด ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่พวกพ้องภูติผีแดงออกไปเยือน คลับ บรู๊ซ
"ชิชา" ถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง หลังจากกลุ่มตนเองนำห่าง 4-0 ก่อนจะได้จุดโทษ แต่คุณพี่เขาดันสังหารพลาดง่ายๆซะอย่างงั้น!
ภาพที่ หลุยส์ ฟาน กัล ทำหน้าราวกับถูกดึงขนก้นพร้อม 8 เส้นพลางหันไปสบตากับผู้ช่วยอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ บนม้านั่งสำรอง เหมือนไม่อยากเชื่อสายตาที่ ชิชาริโต้ ยิงจุดโทษไม่เข้าถูกเผยแพร่ไปทั่วทั้งโลกในระบบโซเชี่ยล
แล้วหลังจากนั้นคุณลุงอ้วนเหน็บเขมือบส์แกก็ตัดสินใจปล่อยกองหน้ากลุ่มชาติเม็กซิโกผู้นี้ให้ เลเวอร์คูเซ่น ไปในราคาเพียงแค่ 7.3 ล้านปอนด์
"เด็กผี" ส่วนใหญ่อาจเสียดาย แต่ขูดความจำได้ว่าไม่ถึงกับอาลัยอาวรณ์หรือห่วงใยอะไรจำนวนมาก เพราะระยะหลังๆฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ได้ลงน้อยและก็ยิงน้อย แถมยังถูกปล่อยให้กลุ่มอื่นยืมตัวไปหนึ่งฤดู

บนเวทีบุนเดสลีการาวกับกลับมาเกิดใหม่ใหม่ เมื่อฤดูแรกกับ เลเวอร์คูเซ่น "น้องถั่ว" ยิงได้ถึง 20 ประตู จากการลงเล่น 46 นัดในทุกรายการเริ่มมีเสียงบ่นโชคร้ายให้ได้ยินส่วนฤดูนี้ ชิชาริโต้ ลงเล่นไปแล้ว 32 นัด โดยยิงไป 12 ประตูในทุกรายการรวมลงเล่นให้ เลเวอร์คูเซ่น ไปแล้วทั้งผอง 72 นัด ยิง 38 ประตู ซึ่งนับว่าเป็นค่าถัวเฉลี่ยในการทำประตูที่สูงพอเหมาะพอควร เป็นยิงได้ 1 ประตูในทุกๆ2 นัดเทียบกับตอนอยู่ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ลงเล่น 157 นัด ยิงได้ 59 ประตู คุณจะพบว่าสถิติและก็ค่าถัวเฉลี่ยนในการถล่มตาข่ายสูงขึ้นกว่าเดิมเมื่อเห็นการกลับมาเกิดใหม่ใหม่ของ ชิชาริโต้ บนเวทีบุนเดสลีกา-เยอรมัน บรรดาผู้อุทิศวิญญาณให้ภูติผีแดงก็ออกอาการอาลัยอาวรณ์ & ห่วงใย ขึ้นมาทันที ประมาณว่าโชคร้ายพลางชื่นชมที่ปรึกษาภูติผีแดงคนเก่าว่า "เอ็งขายออกไปได้ยังไงขอรับ…ไอ้หอก!" ดังนั้นไม่ควรต้องถามบรรดาแฟนผีว่าอยากได้ดาวเตะผู้นี้กลับมาหรือไม่? คำตอบส่วนใหญ่คงแบบเดียวกันนั่นแหละคือ "เอานะ" (สำหรับค่าตัวก็คงไม่แพงน่าสะอิดสะเอียน แต่คงสูงขึ้นมากยิ่งกว่าที่ขายออกไปแน่ๆ) สมมุติว่าย้ายกลับมาจริงๆถามคำถามว่า ชิชาริโต้ จะแก้ตอบโจทย์ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ได้หรือไม่?…ว่าแล้วมาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ
"ชิชา" จัดเป็นผู้เล่นที่ความสามารถความรู้ความเข้าใจเฉพาะตัวค่อนข้างต่ำ เขาไม่ค่อยมีคุณลักษณะในการกระชากบอลหนีคู่แข่งหรือเลี้ยงกินตัวคู่แข่ง – จับบอลก็กระโดกกระเดก จ่ายบอลก็ไม่ค่อยถูกต้องแม่นยำสักเท่าไหร
คุณลักษณะเด่นหรือจุดขายเพียงแต่จุดเดียวเป็นการทำประตูในกรอบเขตโทษ เขาเป็นผู้เล่นที่มีวิญญาณเพชฌฆาตพอๆกับสัญชาติญาณนักฆ่า โดยเป็นกองหน้าที่จัดอยู่ในประเภท "สุนัขจิ้งจอกในกรอบเขตโทษ"พูดง่ายๆว่าเกิดมาเพื่อกระทุ้งประตูเพียงอย่างเดียวปัญหาคือแม้ฟอร์มตกเมื่อใด หรือสหายร่วมกลุ่มไม่อาจจะเปิดป้อนบอลเข้าไปให้ทำประตูได้มากเพียงพอ เขาก็จะจำแลงเป็นสากที่หมดประโยชน์ทันที โดย 12 นัดล่าสุดที่ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด – ชิชาริโต้ ยิงได้เพียงแค่ 1 ประตูเท่านั้นเองโน่นอาจเป็นเหตุผลที่บอกว่าเพราะเหตุไร หลุยส์ ฟาน กัล ถึงไม่คิดจะใช้บริการของ "น้องถั่ว" เฉพาะอย่างยิ่งในฟุตบอลยุคใหม่ที่กองหน้าควรมีส่วนร่วมกับเกม และก็จำต้องทำอะไรให้ได้มากกว่าการ "รอยิง" เพียงอย่างเดียว
ต่อเมื่อตกเป็นข่าว บรรดาสื่อในอังกฤษมานะนำเสนอแต่สถิติที่สวยหรู อย่างเช่นการยิงได้หลายประตู โดยแกล้งไม่บอกว่าในฤดูนี้มีอยู่ช่วงหนึ่งที่พี่มึงยิงมิได้ต่อเนื่องกันถึง 16 นัดเลยทีเดียว
ที่สำคัญเป็นสมรภมิหน้าแข้งพรีเมียร์ลีกมีความเล่นยากกว่า             บุนเดสลีกา การยิงกระจายในลีกสูงสุดของเยอรมันก็เลยอาจมิได้หมายความว่าจะยิงกระจายในลีกสูงสุดของอังกฤษ
ตอนนี้อายุของ "น้องถั่ว" พึ่งจะ 28 ขวบเท่านั้นเองขอรับ เรียกว่าอยู่ในช่วงพีคของอาชีพล่าตาข่าย สมมุติว่าเอากลับมาจริงๆมันก็คงไม่ใช่เรื่องยากเย็นแสนเข็ญอะไร ขายไป 7.3 ล้าน ถ้าหากขอซื้อกลับมาสัก 15 ล้าน รู้เรื่องว่า "เจ้าของห้างขายยา" ก็คงไม่กล้ายักไหล่ใส่
ชิชาริโต้ อาจไม่เหมาะสมกับแนวทางการเล่นฟุตบอลแบบเน้นย้ำการครอบครองของ หลุยส์ ฟาน กัล สักเท่าไหร่ เพราะต่อหนึ่งเกมอาจมีจังหวะจบในกรอบเขตโทษน้อยไปหน่อย แต่น่าจะเหมาะกับทางของ โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ทำให้ภูติผีแดงเปิดเกมบุกใส่คู่แข่งอย่างรวดเร็วและก็น้อยจังหวะมากกว่าบนความสนุกสนานร่าเริงมากเพิ่มขึ้น